ยังรัก ยังเจ็บ ยังรอ

บทนำ

“ที่เราทำแบบนี้….มันดีแล้วใช่ไหม” เสียงหญิงสาวผมประบ่าพูดกับชายหนุ่มที่กำลังยืนจับมือกันอยู่กลางสวน

“เราไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย อย่ากังวลไปเลย” ชายหนุ่มกล่าวปลอบใจ พลางลูบหัวหญิงสาวโดยมีพระอาทิตย์ตกดินเป็นฉากหลัง ชายหนุ่มคุกเข่าลงเอามือล้วงกระเป๋าหยิบแหวนขึ้นมา มองหน้าหญิงสาวก่อนจะพูดว่า

“กิ่ง…แต่งงานกันนะ” หญิงสาวยิ้มดีใจพยักหน้าตกลง แต่ในใจยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องในอดีต ชายหนุ่มค่อยๆ สวมแหวนให้หญิงสาวอย่างนิ่มนวล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้หญิงสาว

“แล้วเราจะส่งบัตรเชิญเขาไหม” หญิงสาวถาม ชายหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะพูดว่า

“แล้วอยากเชิญไหมล่ะ” แต่หญิงสาวนิ่งไม่ตอบ ใบหน้าเครียดราวกับเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่

“เอาไว้คิดวันหลังก็ได้ เข้าบ้านก่อนเถอะ”ชายหนุ่มเดินเข้าไปส่งหญิงสาวในบ้าน ก่อนจะเดินไปขี่จักรยานของตนกลับไปพักผ่อนที่บ้าน

ในห้องนอนสีชมพูของกิ่งเต็มไปด้วยข้าวของมากมายประดับตกแต่งราวกับเป็นห้องนอนเจ้าหญิงในนิทาน ขณะที่กิ่งกำลังหวีผมโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมา เธอลุกไปหยิบโทรศัพท์ทันทีที่เห็นชื่อคนโทรเข้า เธอตกใจมาก นัยน์ตาเบิกโพรง “ต้น” เธอหน้าซีดนิ่งไปสักพักจนเสียงโทรศัพท์ดับลงเธอจึงมีสติ กดโทรกลับไป

“. . . ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก. . .” เธอรู้สึกวิตกกังวลจึงโทรไปหากล้าแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน

“กล้า…ต้นโทรมา แต่ชั้นไม่ได้รับ รู้สึกไม่ดีเลย” เสียงตระหนกของเธอส่งผ่านไปยังปลายสาย

“แล้วลองโทรกลับไปยังล่ะ” ชายหนุ่มถาม

“ลองแล้วแต่ไม่รับ” หญิงสาวกล่าว

“เอาไว้วันหลังแล้วกัน ยังไงก็นอนเถอะนะ เดี๋ยวเล่านิทานให้ฟังเอาม่ะ”

“บ้า ชั้นโตแล้วนะ”

“นอนหลับฝันดีนะ”ชายหนุ่มอวยพร

“เช่นกันจ๊ะ” เธอพูดกลับ

ในฝันของหญิงสาว เธอเห็นบ้านหลังหนึ่ง ทรุดโทรมมาก เรียกว่าซากปรักหักพังของโบราณสถานยังจะน่าอยู่ซะกว่า ที่ด้านหน้าบ้านนั้นเธอเห็นชายหนุ่มนั่งอยู่บนรถเข็นคนป่วย “ขอโทษค่ะ คุณเป็นใครคะ”เธอถาม แต่ไม่มีวี่แววการตอบรับ ชายบนรถเข็นเข็นรถไปข้างหน้าเธอวิ่งตาม แต่ไม่ว่าจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็ตามไม่ทัน “รอด้วยสิ คุณคะ” เธอเหนื่อยหอบ จนล้มลงไปกองกับพื้น รถเข็นคันนั้นหยุดลงพร้อมค่อยๆ หันหลังกับ เธอเงยหน้าขึ้นไปเพื่อจะมองคนที่นั่งบนรถเข็นนั่น ขณะที่เธอค่อยๆ เงยหน้าเธอเห็นขาสองข้างที่ลีบไม่ต่างกับตะเกียบ พร้อมมีน้ำหนองไหลหยดลงมาใส่ขาคู่นั้นเรื่อยๆ เธอรู้สึกหวาดกลัวมาก เสื้อที่เธอเห็นคือชุดของผู้ป่วยโรงพยาบาลที่เธอคุ้นตาแต่จำไม่ได้ พอเธอเงยขึ้นมากำลังจะเห็นใบหน้าของเจ้าของรถเข็นนั่น

“กรี๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง” เสียงนาฬิกาปลุกก็ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมา เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อจำนวนมากราวกับวิ่งมาสักพันเมตร เธอหยิบโทรศัพท์ตั้งใจจะโทรหากล้า “บ้า เดี๋ยวมันก็หาว่าเราฟุ้งซ่านอีก” เธอวางโทรศัพท์ลง

More >

8 ฟ้าสีเทา

5 โมงเย็นเป็นเวลาเลิกงานของพลอยเธอเดินออกจากที่ทำงาน

“ดีนะเนี่ยบอกไปว่า 6 โมง ไม่งั้นต้องมารับให้เป็ดมันแซวแน่เลย” เธอเดินมาโบกแท็กซี่ แต่ไม่ทันไรก็มีรถคันนึงมาหยุดตรงหน้าเธอ

“ดีนะเนี่ยที่มารอตั้งแต่ 4 โมงเย็น ไม่งั้นคงไม่รู้หรอกว่าคุณเลิกงานตอนนี้” กานต์พูดออกมาจากรถคันนั้น

“โห รอตั้งแต่ 4 โมงเลยเหรอ” เธอพูดพลางมองเห็นบุคคลนั่งอยู่ด้านหลัง

“เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าไม่ต้องรีบ” เก้านั่งอยู่หลังรถพูดกับพี่ชาย

“เก้า…มาได้ไงเนี่ย”

“ขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง” กานต์พูด “คือพ่อผมป่วยหนักเลยพาเก้าไปเยี่ยมน่ะ”

“เหรอ พักอยู่โรงพยาบาลไหนล่ะ ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม” เธอถาม

“ไม่เป็นไรหรอก”

“พี่พลอยรู้ยังว่าพ่อผมพักอยู่ที่ไหน” เก้าถามเธอที่บ้านขณะที่กานต์ออกไปคุยโทรศัพท์

“หึ ไม่รู้อ่ะ”

“อเมริกา”

เธอนิ่งไปพักนึง “หมายความว่าไง”

“คือผมกับพี่เราต้องไปเมกา…และอาจจะไม่กลับมาอีกเลย”

“ทำไมเป็นงั้นอ่ะ”

เก้าไม่ตอบ เขายิ้มแล้วเดินจากไป

“เป็ด…ถ้าแกจะซื้อของขวัญให้เพื่อนคนนึง ซึ่งเขาจะจากเราไปนาน..นานมาก แกจะซื้ออะไร”

“ทำไม…แฟนแกจะไปไหนเหรอ ถึงได้โทรมาถามแบบนี้”

“บ้า.ไม่ใช่คือกานต์เขาจะต้องไปเมืองนอก” More >

เทรนด์เกาหลี

เห็นข่าวเกาหลีใช้ไส้กรอกจิ้มจอแล้วก็มี คห.นี้ จุดประกาย

ไปค้นตู้เย็นเจอแหนมดอนเมืองอยู่ก็เลยจัดการเลียนแบบ ได้เช่นนี้แล

ฝาก..รัก : กสิกรไทย

ได้ดูโฆษณาของกสิกรอยู่ตัวนึง

น่ารักมาก ชอบจังเลย

สงสัยต้องฝากบ้างซะแล้ว

ปกติถอนอย่างเดียวไม่ค่อยได้ฝาก :D

Friendship | มิตรภาพ

เพิ่งได้มี Friendship กับเขาเป็นครั้งแรก

เมื่อก่อนไม่เคยใส่ใจว่าจะมีไปทำไม

แต่ตอนนี้เห็นเขามีกัน เลยอยากมีมั้ง

ก็เลยทำง่ายๆ ให้พิมพ์ใส่ Word ส่งมา

พอได้อ่านแล้วเราก็รู้ดีเหมือนแฮะ

คิดถึงเพื่อนๆ จังเลย

คงจะเป็นความพูกพัน ที่ทำให้เมื่อได้อ่านแล้วก็ใจหาย

ว่าเราจะจากกันไปแล้วจริงๆ เหรอ

รู้สึกเหมือนยังทำใจไม่ได้

แต่ก็ขอบคุณเพื่อนๆ นะที่เขียนกันมา

อ่านแล้วรู้สึกรักพวกแกทุกคนจังเลย

น้ำตาจะไหล ^^ อิอิ

บางครั้ง Friendship มันก็ดีเหมือนกันเนอะ

7 แค่เพื่อนจริงๆ

“คิดบ้าอะไรเนี่ยเรา” เธอหลุดจากภวังค์ ก่อนจะรับโทรศัพท์เขา

“กานต์โทรมาทำไม”

“…ก็คือว่า….” เสียงตะกุกตะกักจากปลายสาย “พรุ่งนี้จะไปจริงๆ เหรอ”

“อือ” หัวใจเธอเต้นแรงอย่าไม่มีสาเหตุ

“ให้ผมไปส่งนะ”

“..ได้สิ….”

“งั้นพรุ่งนี้ผมจะคุณที่หน้ารีสอร์ทนะ”

“แค่นี้เองเหรอ” เธอถาม

“อือ แค่นี้แหละ” เขาตอบก่อนจะวางสายไป

เช้าวันต่อมาที่หน้ารีสอร์ท

“มาแล้วๆ” พลอยพูดขณะที่กำลังลากกระเป๋ามาที่รถ

“ผมขอไปส่งที่บ้านได้ไหม” เขาถาม

“อย่าเลย เราว่าส่งที่ท่ารถก็พอมั้ง”

“คือวันนี้ผมจะเข้ากรุงเทพพอดี เลยไปส่งคุณคงไม่เป็นไร”

“เอาเป็นว่าส่งที่หน้าหมู่บ้านฉันดีกว่านะ”

“ครับ คุณผู้หญิง” เขาหยอก ก่อนจะเหยียบคันเร่ง

รถยนต์วิ่งไม่นานนักก็ถึงกรุงเทพ

“คราวนี้คุณก็บอกทางผมมา ให้ไปส่งที่ไหน”

“ตรงไปก่อน เดี๋ยวพอเจอทางแยกคุณก็เลี้ยวซ้ายนะ” เธอบอกทาง

“โธ่ ก็ไม่บอกว่าหมู่บ้านนี้ ผมรู้จัก” เขาพูด More >

6 ไม่แต่งงานกันไปเลยล่ะ

ก๊อกๆๆ…เสียงเคาะประตูปลุกพลอยในยามเช้า “มาแล้วๆ” เสียงงัวเงียของหญิงสาว พอเธอเปิดประตูชายที่ยืนเคาะประตูก็วิ่งเข้ามาบนเตียงของเธอ

“เก้ามีอะไรเหรอ” เธอถาม

“ชู่……” เขาบอกให้เธอเงียบ ก่อนจะเอาผ้าห่มมาห่อตัว

ขณะที่เธอปิดประตูห้อง “พลอยๆ เห็นเก้าไหม” กานต์เข้ามาถามเธอ เธอหันหน้าไปที่กองผ้าห่ม เก้าโผล่หน้าออกมาแล้วส่ายหน้าไปมา

“ไม่นิ มีอะไรเหรอ”

“มันหนีไปไหนไม่รู้นะสิ ผมจับได้ว่ามันโดดเรียน พอว่านิดว่าหน่อยก็หายไปเลย หาทั่วรีสอร์ทแล้วก็ไม่เจอ ถ้าคุณเจอช่วยโทรหาผมหน่อยสิ” เขายื่นนามบัตรให้ “ผมไปก่อนนะ” เขาปิดประตูห้องแล้วเดินตามหาน้อง

“พี่ว่า…. เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันนะ” เธอพูดกับเก้า

เก้าดึงผ้าห่มออก แล้วนั่งขัดสมาธิบนเตียงทำหน้าสลด “มีอะไรก็ว่ามา”

“ใครกันแน่ที่มีอะไร” เธอสวนกลับ

“พี่กานต์รู้เรื่องโดดเรียน” “แล้วเขาก็โมโห”

เธอส่ายหน้า “เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ”

“ใครบอกว่าเรื่องแค่นี้” เขาสวน “เวลาพี่กานต์โกรธน่ะ น่ากลัวจะตายพี่ไม่เจอกับตัว ไม่รู้หรอก” “แล้วอีกอย่างนะ โดดเรียนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเท่าไหร่เลย”

“แต่เมื่อกี้เขาก็ไม่ได้โกรธอะไรนิ” เธอสงสัย

“ถ้าเขาไม่โกรธแล้วพี่คิดว่าผมจะเข้ามาหลบทำไม ?”

“เราก็นะจริงๆ เลย เราก็ไม่น่าโดดเรียนเลย รู้ไหมว่าค่าเรียนสมัยนี้มัน……” เธอพร่ำบ่น

“คร้าบๆๆๆๆ แม่คร้าบบบบ เข้าใจแล้วคร้าบ” เก้าประชด “อุตสาห์หนีมาแล้ว หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ”

“นิสัยเหมือนกันขนาดนี้ไม่แต่งงานกันไปเลยล่ะ” More >

5. เนื้องอก

พลอยนั่งอยู่กลางหาดทรายอันเงียบสงบ เสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาๆ รับกับพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นมาให้ยลโฉม “แชะ แชะ” เสียงชัตเตอร์กล้องดังแว่วมาตามลม พลอยหันไปเจอกานต์กำลังถือกล้องตัวโตถ่ายรูปเธออยู่

“ทำอะไรน่ะคุณ”

“ถ่ายรูปสิ ถามได้” “ผมถือกล้องอยู่คงไม่มาจับปูลมหรอก”

“แล้วมาถ่ายชั้นทำไมล่ะ”

“อ่ะ ดูดิ สวยดีออก” เขายื่นกล้องมาให้เธอดูรูป

“ถ่ายสวยอ่ะ ทำไงถึงจะถ่ายได้แบบนี้อ่ะ อยากลองมั่ง”

“ก็กดชัตเตอร์ไง ไม่เห็นจะยากเลย”

“ไม่เอาดิ เวลาเราถ่ายรูปแล้วไม่เห็นสวยแบบนี้เลย”

“ของแบบนี้มันอยู่ที่ฝีมือ”

“นี่คุณทำงานอะไรเหรอ” พลอยถาม

“ถามทำไมเหรอ ?”

“ก็อยากรู้อ่ะ ดูคุณท่าจะรวยน่าดูเลย”

“ไม่หรอกๆ ผมก็แค่เป็นเจ้าของรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุด 3 แห่งที่นี่แหละ รวมทั้งรีสอร์ทของคุณด้วย”

“โหยยย นี่ชั้นกำลังคุยกับเจ้าของรีสอร์ทเลยเรอะ”

“ใช่แล้ว” “ผมเป็นนักธุรกิจที่หล่อที่สุดเลยนะ”

“หลวงตัวเอง เปล่าเนี่ย”

“หรือคุณว่าผมไม่หล่อล่ะ” เขายื่นหน้าทะเล้นของเขามาใกล้ๆ เธอ  จมูกของเขาชนกับจมูกของเธอ

“บ้า” เธอหันหน้าหนี “หล่ออะไร ได้แค่ขาวเท่านั้นแหละ ซีดๆ ปากชมพู ชั้นไม่สนหรอก”

“จ้าๆ” “พูดแบบเนี้ยระวังไว้เถอะ” More >

4. ของสดๆ ต้องแบบนี้

“หิวแล้วอ่ะ” พลอยเดินบ่นออกมาจากโรงหนัง

เก้าหยุดคิดชั่วครู่หนึ่ง เขาอมยิ้มนิดๆ “กลับไปกินที่บ้านดีกว่า” เขาพาเธอมาส่งที่หน้าที่พัก “พี่พักห้องไหนเหรอ”

“ทำไมล่ะ”

“ตอบๆ มาเหอะ”

“012”

“โอเคๆ พี่ไปอาบน้ำแต่งสวยๆ เลยนะ” พูดจบก็เดินจากไป

เวลาผ่านไปสักพัก มีเสียงเคาะประตูที่ห้อง 012

“มาแล้วๆ” เธอเดินไปเปิดประตู เธอตกใจที่เห็นพนักงานของรีสอร์ทมาเคาะประตู

“มีอะไรเหรอคะ ?” เธอถาม

“คุณพลอยใช่ไหมคะ ที่นัดกับคุณเก้าไว้”

“ค่ะ”

“เชิญทางนี้เลยค่ะ” พนักงานนำทางเธอไปที่โรงแรม 5 ดาวที่อยู่ถัดไปจากรีสอร์ทของเธอ เธอขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 15 เป็นร้านอาหารหรู กลิ่นอาหารหองฟุ้งไปทั่ว เธอกลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนจะเดิมตามพนังงานคนเดิมไป “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชั้นจะได้มากินอาหารหรูๆ แบบนี้” เธอคิดในใจ “อีตาเด็กนั่นเป็นใครกันเนี่ย”

“ถึงแล้วค่ะ” พนังงานหยุดตรงโต๊ะมุมสุด มองเห็นวิวทะเลเบื้องล่างอย่างสวยงาม “เดี๋ยวคุณเก้าก็คงจะมา รอสักครู่นะคะ” แล้วพนักงานก็เดินจากไป

More >

3. เที่ยวห้าง

“ไงแก 3 วันแล้วนะ ดีขึ้นยัง” เพื่อนพลอยทักทายด้วยความเป็นห่วง

“เหมือนเดิม” “เฮ้อ” เธอถอนหายใจ

“ชั้นก็ไม่รู้จะว่าไงว่ะแก สู้ๆ แล้วกัน” “เออนี่ลองออกไปเที่ยวห้างดูสิ วันนี้ชั้นเห็นโบว์ชัวร์ของเซลล์เยอะมากเลยที่เมอรี่คิงน่ะ เวลาเดินตากแอร์ดูของเซลล์เนี่ยมันมีความสุขนะแก”

“เมอรี่คิง โบว์ชัวร์ชาติไหนของแก…”

“ฮ่าฮ่า”

“อืม…นั่นสินะ ตั้งแต่มานี่ไม่เคยไปเที่ยวห้างเลย เออๆ ขอบใจนะ”

“ห้างนี่คนไม่ค่อยเยอะเหมือนในเมืองเลยแฮะ” เธอคิดขณะเดินดูของเซลล์กระหน่ำล้างสต๊อก

“อุ้ย สวยจังเลย” เธอเจอของกระจุกกระจิกขายมากมาย พลอยซื้อของอย่างเพลิดเพลินจนเวลาลุล่วงมายันตอนเที่ยง เธอเดินตรงไปที่ศูนย์อาหาร มีอาหารให้เลือกพอสมควร เธอซื้อข้าวนั่งรับประทาน

“ขอโทษครับ นั่งตรงนี้ได้ไหมครับ” เสียงชายหนุ่มถามเธอ เพราะว่าตอนนี้ที่นั่งถูกจับจองเต็มหมดแล้ว

“อ้าว” พลอยตกใจที่เห็นเด็กหนุ่มชุดนักเรียนหน้าตาที่คุ้นเคย “เก้านิ นั่งสิ นั่งๆ”

“พี่พลอยนี่เอง” เก้าพูดพร้อมนั่งลง

“นี่เราเป็นลูกครึ่งหรือเปล่า” เธอถามเขา

“ผมนี่นะ บ้า”

“เหรอ..จมูกโด่งอ่ะ นึกว่าเป็นลูกครึ่งเสียอีก”

“มันก็ไม่โด่งเท่าไหร่นะ ก็ปกติออก” เขาพูด

“แล้วนี่โดดเรียนเหรอไง” เธอถาม

“……” เขาไม่ตอบอะไร “กินอาหารทะเลในห้างเนี่ยนะ มันจะไปอร่อยอะไร”

“อ้าว ทำไมอ่ะ” More >